อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเราไม่สามารถเลือกที่ดินให้ถูกต้องตรงใจได้ บ้านจำนวนมากจำเป็นต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะถูกบังคับให้หันหน้าออกถนนซอย บ้านบางหลังมีที่ดินจำกัดมากแทบจะไม่มีพื้นที่ให้ลมพัดผ่าน ทุกกรณีย่อมมีวิธีแก้ไขปัญหา ตัวอย่างดังนี้
บ้านที่จำเป็นต้องหันด้านยาวให้ทิศตะวันตก พยายามออกแบบให้เป็นห้องน้ำ บันไดขึ้นชั้นบน ส่วนจอดรถ หรือแม้กระทั้งห้องครัวและลานซักล้าง ถ้าจำเป็นต้องเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องอาหาร ควรทำชายคาคลุมผนัง คลุมเหนือหน้าต่าง เพื่อลดแสงแดดที่ส่องเข้าตัวบ้าน รวมถึงพื้นภายนอกที่ติดกับตัวบ้านด้านทิศตะวันตกนี้ จะมีการสะสมของความร้อนที่พื้น แล้วสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ควรออกแบบให้พื้นเป็นวัสดุที่ไม่ดูดความร้อนมากนัก เช่น พื้นอิฐบล็อกที่ีมีช่องให้ต้นหญ้าขึ้นได้ ระแนงบังแดดปิดด้านบนด้วยแผ่นโพลีคาบอเนต หรือปลูกหญ้าปลูกต้นไม้เลยก็ได้
บ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้ ในกรุงเทพย่อมได้รับลมพัดเข้าหน้าบ้านประมาณเดือนกุมภาพันธ์-ประมาณเดือนตุลาคม แต่ก็ได้รับแสงแดดส่องเข้าด้านหน้าช่วงเดือนสิงหาคม-ช่วงเดือนเมษายน โดยแสงแดดจะส่องเข้าตัวบ้านมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวเพราะดวงอาทิตย์คล้อยไปทางทิศใต้มากกว่าฤดูอื่น ทำให้หน้าบ้านร้อนตลอดทั้งวัน อีกทั้งในช่วงเดือนกรกฏาคม-เดือนตุลาคมจะมีฝนตกชุบ พัดมาจากทางทิศใต้ ฝนจะเข้าด้านหน้าบ้าน จึงควรทำชายคาหรือระแนง จะช่วยลดทั้งความร้อนและลดความแรงของฝนที่กระทบตัวบ้านได้
บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แม้ว่าจะไม่ได้รับแสงแดดแรงๆในตอนบ่าย แต่บ้านหลายหลังกลับมีอากาศที่อบอ้าวไม่เย็นสบาย เพราะตัวบ้านหันข้างให้ทิศใต้และทิศเหนือซึ่งเป็นทิศรับลม แล้วผู้ออกแบบบ้านไม่ได้ออกแบบให้มีหน้าต่างที่สามารถให้ลมพัดผ่านระบายความร้อนได้ดีนัก ดังนั้นจึงควรออกแบบบ้านให้ลมพัดจะทิศใต้ออกทิศเหนือจะไม่ร้อนอบอ้าว
ส่วนบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ ข้อดีคือแสงแดดส่องเข้าหน้าบ้านเพียงไม่กี่เดือนต่อปี แต่ลมจะพัดเข้าด้านหลังบ้านประมาณ 8 เดือนต่อปี ไม่ได้พัดเข้าด้านหน้าบ้าน ดังนั้นควรพยายามให้มีหน้าต่างด้านหลังบ้านให้มากเพื่อรับลมด้านทิศใต้ ยกเว้นห้องครัวถ้าอยู่ทิศใต้อาจจะได้กลิ่นไข่เจียวหอมไปทั่วบ้านได้ |